[Fic] Cinderella Man - 7
posted on 08 Jan 2012 18:04 by junggo-fanfic in 05-CinderellaMan
Cinderella Man
Chapter 7
“วันนี้ผมงดกาแฟนะครับป้าคิม” ชองยุนโฮหันไปสั่งแม่บ้าน
“แล้วคุณยุนโฮจะรับอะไรแทนดีค่ะ?”
“อะไรก็ได้ครับที่ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น”
“งั้นเอาเป็นน้ำส้มแทนละกันนะค่ะ”
“ครับ” หนุ่มชองพยักหน้า
“คุณหนูของป้าหน้าตาเหมือนไม่ได้นอนเลยนะค่ะ ใต้ตาดำคล้ำเชียว”
“เมื่อคืนผมนอนไม่ค่อยหลับน่ะครับป้าคิม” ชองยุนโฮหันไปยิ้มแหยๆ
สาเหตุที่ทำให้เขานอนไม่หลับจนทำให้เช้านี้ใต้ตาดำคล้ำคือคิมแจจุง ...พอหลับตาลง ภาพผิวขาวๆ เอวคอดๆ ของคิมแจจุงมันก็วูบเข้ามาในหัว จิตเตลิดเปิดเปิงนำพาให้ชองยุนจูเนียส์ตื่นตัวจนต้องลุกไปทำร้ายตัวเองหลายรอบ แต่ถึงจะปีนขึ้นไปบนสวรรค์ชั้นเจ็ดได้สมใจหมาย ...แต่มันก็ไม่เพียงพอแต่อย่างใด
ชองยุนโฮยอมรับว่าตัวเองหื่น ซึ่งใครไม่มาเห็นคิมแจจุงอย่างที่เขาเห็นคงไม่มีวันเข้าใจหรอก ...กล้าเดิมพันเลยด้วยว่าไม่มีใครที่เห็นแล้วไม่หื่น ขอพูดตรงๆ จากใจเลยว่าไม่กระโดดกระโจนเข้าใส่ก็นับว่าดีเท่าไรแล้ว
นั่นไง ...ตายยากจริงๆ นึกถึงอยู่ไม่ทันไร ...เดินมาโน่นแล้ว
คิมแจจุงเดินมานั่งที่โต๊ะอาหารด้วยใบหน้านิ่งๆ ไม่พูดไม่จาอะไร
“คุณแจจุงรับน้ำส้มไหมค่ะ?” แม่บ้านถาม
“ผมขอเป็นนมดีกว่าครับป้าคิม” หนุ่มคิมยิ้มให้แม่บ้าน ดวงตาคู่โตมองสำรวจอาหารแต่ละอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะตามประสาคนมีความสุขกับการกิน แต่เพราะรู้สึกว่าสายตาของคนที่นั่งประจำอยู่ที่หัวโต๊ะนั้นมองตนอยู่ ใบหน้าหวานสวยจึงหันไปมอง “หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือครับพี่ชาย?”
“ห้ะ? ...ป ...เปล่านิ” หนุ่มชองเสสายตาไปทางอื่นเมื่อโดนทัก
ถามได้ว่าอะไรติดอยู่บนใบหน้า? ...ก็ความน่ารักไงล่ะ ไม่รู้ตัวหรือไง? >///<
โอย~ หัวใจมันเต้นโครมครามเหมือนหนุ่มน้อยเพิ่งพาลพบรักครั้งแรก
ชองยุนโฮอยากจะบ้าตาย นี่ขนาดคิมแจจุงมาอยู่ในบ้านหลังนี้ได้แค่สองวันเขายังอาการหนักขนาดนี้ ...ถ้าอยู่สักปีนึง ...เขาคงเป็นโรคหัวใจก่อนวัยอันควรแน่ๆ
“หน้าตาดูไม่ค่อยสดชื่นเลยนะฮะ” คิมแจจุงทักเพราะไม่รู้จะพูดอะไรกับอีกฝ่ายดี แย่ ...แย่ชะมัด รู้สึกอายอย่างบอกไม่ถูก ...ก็ในเมื่อเรือนร่างอันแสนงดงามของเขาที่ไม่เคยผ่านสายตาชายใดมาก่อนนั้นเป็นอันต้องถูกชองยุนโฮยืนจ้องอย่างโจ่งแจ้ง ...ใครล่ะจะไม่อาย?
“เมื่อคืนฉันนอนไม่ค่อยหลับน่ะ” ...ช่างไม่รู้ตัวเอาซะเลยนะคิมแจจุง “แล้วนายล่ะเป็นไง ...เมื่อคืนกลับสบายไหม?”
“ก็ดีฮะ ...รู้สึกแปลกที่นิดหน่อย ...แต่พอหลับก็หลับสนิทเลย”
“อืม ...ก็ดีแล้ว” หนุ่มชองยิ้มน้อยๆ
คิมแจจุงยกแก้วน้ำส้มที่แม่บ้านเพิ่งเอามาให้ขึ้นดื่มพร้อมๆ กับลอบมองหน้าพี่ชายกำมะลอไปด้วย ...ชองยุนโฮในลุคสวมสูทผูกไทด์แบบนี้หล่อสุดใจขาดดิ้น มันแลดูมีเสน่ห์อย่างล้นเหลือ ถึงตอนนี้ใบหน้าจะดูโทรมไปบ้าง แต่ก็ยังหล่ออยู่ดี
งื้ออออ ...คิมแจจุงอยากได้ผู้ชายคนนี้เป็นสามีอ่ะ ...นี่ถ้าเมื่อวานชองยุนโฮใส่สูทแบบนี้ในเหตุการณ์น่าหวาดเสียวเมื่อคืน ...เขาต้องจับผู้ชายคนนี้ขึงเตียงไว้แน่ๆ >o<
คุณพี่ชาย ...น้องชายคนนี้อยากจะเปลี่ยนสถานะเป็นภรรยาแทนได้ไหม? >///< ...รับรองว่าจะปรนนิบัติดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง >///<
“แล้วคุณตาล่ะฮะ?”
“คุณปู่ไปโรงพยาบาลน่ะ” ชองยุนโฮไม่ได้ละสายตาจากหนังสือพิมพ์ที่เพิ่งกางอ่าน ...ไม่ใช่ว่าอยากเกิดอยากจะติดตามสถานการณ์บ้านเมืองหรอก เพราะชองยุนโฮไม่ได้ใส่ใจอ่านมันเลยแม้แต่บรรทัดเดียว แต่ที่ทำเพราะหาที่ยึดเหนี่ยวไม่ให้จิตใจมันวอกแวกไปมองการแต่งตัวของคิมแจจุง
“โรงพยาบาล? ...ไปทำไมฮะ ...หรือว่าคุณตาอาการกำเริบ?”
“เปล่า ...คุณปู่ไปตรวจร่างกายตามที่หมอนัด ที่จริงฉันก็ตั้งใจจะไปด้วย แต่คุณปู่อยากไปคนเดียวมากกว่า ...ไม่ต้องห่วงหรอก มีพยาบาลพิเศษที่จ้างไว้คอยดูแลตลอดอยู่แล้ว” ชองยุนโฮตัดสินใจพับหนังสือพิมพ์วางลงบนโต๊ะ เขารู้สึกดีใจที่คิมแจจุงมีท่าทีเป็นห่วงคุณปู่
“อ่อ...”
“ชุดนายน่ารักดีนะ” แล้วชองยุนโฮก็ไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้มองคิมแจจุงได้
ชุดที่คิมแจจุงใส่ ...ถ้าจะมองว่ามันธรรมดาก็ธรรมดา แต่คงเป็นเพราะคิมแจจุงใส่อยู่ล่ะมั้ง ...มันถึงได้ดูไม่ธรรมดา ...ก็แค่เสื้อกล้ามธรรมด๊าธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาคือคอเสื้อที่คว้านลึกชวนให้มองผิวขาวๆ อมชมพูหน่อยๆ ที่เขาเก็บไปละเมอเพ้อเมื่อคืนที่ผ่านมาจนนอนไม่หลับ ...อื้อหือ ...นี่ขนาดไม่มีคัพซีล้นทะลักอยู่นะเนี่ย ...ถ้ามีเขาคงหัวใจวายอยู่ตรงนี้แน่ๆ
“มองแล้วชวนให้นึกถึงคัพซี... ไม่อยากเชื่อว่ามันไม่ใช่ของจริง”
คิมแจจุงตาโตพร้อมกับยกมือขึ้นปิดหน้าอกตัวเอง “หื่น...”
“ไม่ต้องปิดหรอก ...มากกว่านี้ก็เห็นมาแล้ว”
“พี่ชาย~” คิมแจจุงครางเสียงอ่อย ...ใบหน้าหวานสวยหันมองรอบๆ เมื่อพบว่าภายในบริเวณนี้ไม่มีแม่บ้านหรือว่าสาวใช้อยู่เลยสักคนจึงว่า “อ ...ไอ้หมีหน้าหื่น”
คิมแจจุงอยากจะกรี๊ดให้บ้านแตก ...อุตส่าห์พยายามที่จะไม่เขินแล้วนะ จะมาพูดให้นึกถึงทำไมเนี่ย?? อ๊ากกกก แล้วมากกว่านี้ที่พูดถึง ...คงไม่ได้หมายถึงนุ้งแจน้อยของเขาหรอกใช่ไหม!? ...หมดกัน ...ความบริสุทธิ์ที่รักษามายี่สิบห้าปี Y^Y
“ผู้ชายทุกคนมักจะชอบโฟกัสที่ผู้หญิงที่หน้าอก หรือไม่ก็เรียวขาอยู่แล้ว”
ชองยุนโฮไม่มีสีหน้าสะทบสะท้านใดๆ ทั้งสิ้น ...อ้าว ก็มันเรื่องธรรมดาของผู้ชายพายเรือทุกคน ...ซึ่งทั้งสองอย่างที่ว่าไปนั้น ...คิมแจจุงมีดีทั้งสองอย่าง (หมายถึงหน่มน๊มสมัยที่เขาไม่รู้ว่ามันคือซิลลิโคนคัพซีอ่ะนะ) ...ซึ่งถึงแม้ว่าตอนนี้คิมแจจุงจะคัพเอติดลบยกกำลังสอง แต่สำหรับชองยุนโฮแล้ว ...ยังได้อยู่ ...สวยขาดใจซะขนาดนี้ ...ขอย้ำสโลแกนเดิมประจำตัวว่าชองยุนโฮรับได้
โวยยยย ...ชักจะเริ่มหื่นรอบเช้า
หนุ่มชองหันซ้ายขวาดูลาดราวเพื่อให้แน่ใจว่าในที่แห่งนี้มีเพียงเขากับคิมแจจุง...
“เหตุผลที่ทำให้คุณเป็นถึงโฮสต์อันดับหนึ่งของผับ มีแขกจองตัวจนคิวแน่นเอี๊ยดตลอด ...ผมว่าสาเหตุเพราะสองอย่างที่ว่าไปนั่นแหละ”
“หยาบคาย ...เพราะหน้าตาต่างหากล่ะ” คิมแจจุงเชิดหน้าใส่พี่ชายกำมะลอ
“โอะ ...หลงตัวเองได้อีก”
“แน่นอน” หนุ่มคิมยิ้มอย่างภูมิใจ
ชองยุนโฮหัวเราะเล็กน้อย ...โอเคไม่เถียง เพราะมันคือความจริงที่ว่าคิมแจจุงเป็นคนสวย ทั้งสวยและน่ารักในแบบที่ชองยุนโฮชอบเลยล่ะขอบอก
แต่ระวังไว้เถอะ ...อดใจไม่ไหวเมื่อไหร่ ...จะหาว่าไม่เตือนไม่ได้นะ ^o^
= = = = = = = = = = = = = = = = =
“ห ...หือ?” คิมแจจุงสะดุ้งตกใจเมื่อระหว่างที่กำลังอ่านนิตยสารเพลินๆ อยู่นั้นก็มีมือเย็นๆ มาสะกิดที่แขนของตน ...พอมองไปก็พบว่าสาวน้อยชองมิรีกำลังนั่งอยู่บนโซฟาข้างๆ เขา “มีอะไรเหรอมิรี?”
ชองมิรีขยับมือเล็กๆ ไปจับมือของคิมแจจุง ...ก่อนออกแรงดึงเพื่อแสดงเจตจำนงว่าต้องการให้อีกฝ่ายเดินมากับตน
หนุ่มคิมวางนิตยสารลงบนโซฟา ก่อนจะเดินตามสาวน้อยตัวจ้อยที่สูงเพียงแค่เอวของตนออกมานอกบ้าน ...คำตอบที่ได้รับคือชองมิรีชวนเขาออกมาเล่นชิงช้าด้วยกัน
“อยากให้น้าเล่นด้วยเหรอ?”
คำตอบที่ได้รับคือการพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
“มา ...เดี๋ยวน้าอุ้ม” หนุ่มคิมย่อตัวลงอุ้มมิรีให้นั่งที่ชิงช้า ก่อนจะแกว่งชิงช้าให้ไม่แรงมากนัก ในขณะที่ตัวเองก็นั่งที่ชิงช้าข้างๆ
คิมแจจุงเป็นโรคไม่ถูกชะตากับเด็กอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะในเด็กวัยกำลังซนอย่างชองมิรี อยู่ใกล้กันได้ไม่เกินห้านาทีเป็นอันต้องมีปากเสียงเถียงกันจนถูกตรงหน้าว่าเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กทุกที ...แต่พอเด็กที่ว่านั่นคือชองมิรีที่เป็นลูก เอ้ยไม่ใช่สิ ...เป็นหลานของชองยุนโฮ เขากลับรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมิรีไปได้สวยเลยทีเดียว ...คงเพราะชองมิรีไม่ซนและชอบร้องไห้จนน่ารำคาญเหมือนเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกันล่ะมั้ง
อย่าว่าแต่ร้องไห้น่ารำคาญเลย ...แม้แต่พูด เขายังไม่เคยได้ยินเสียงมิรีเลยสักครั้ง
“วันนี้ไม่ใช่วันหยุดนี่นา ทำไมมิรีไม่ไปโรงเรียนล่ะ?” คิมแจจุงมองใบหน้าจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตาของสาวน้อยเพื่อรอคำตอบ แต่คำตอบที่ได้คือการส่ายหน้าเท่านั้น
เอ ...หรือว่าชองมิรีจะเป็นใบ้?
คู่น้าหลานต่างคนต่างเงียบไป ...คิมแจจุงได้แต่แกว่งชิงช้าให้มิรีช้าๆ อย่างไม่คิดจะเอ่ยพูดอะไร ก็ในเมื่อคำตอบที่ได้รับจากชองมิรีไม่ว่าจะถามอะไรไปก็มีแต่ยิ้ม พยักหน้า หรือส่ายหน้าเท่านั้น ...คิมแจจุงรู้สึกเหมือนตัวเองบ้าพูดอยู่คนเดียวอะไรทำนองนั้น
“นั่งอยู่ตรงนี้นานหรือยัง?”
“แหก!” คิมแจจุงอุทานด้วยความตกใจเพราะกำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่เสียงก็ดังขึ้นมา พอหันไปก็เห็นหน้าหล่อๆ ของชองยุนโฮ “ตกใจหมดเลย”
“อะไรแหก?” หนุ่มชองทำหน้างงๆ
“ไม่มีอะไร มันก็แค่คำอุทานเวลาตกใจ”
“อ่อ” ชองยุนโฮพยักหน้า ...ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเคยได้ยินคำอุทานแบบนี้นี่ล่ะ
“เลิกงานแล้วเหรอ? ทำไมเลิกเร็วจัง?” คิมแจจุงถามเพราะนาฬิกาที่ข้อมือของเขาบอกว่านี่เพิ่งบ่ายโมงกว่าๆ เท่านั้น
“คุณปู่โทรตาม ...บอกว่ามีเรื่องด่วนอยากจะเรียกฉันและนายไปคุยกันหน่อย พอดีว่างานวันนี้ไม่ค่อยยุ่งด้วยล่ะ ฉันก็เลยปลีกตัวกลับมาเร็วได้”
“คุณตากลับมาจากโรงพยาบาลตอนไหนกัน? ไม่เห็นเลย”
“กำลังเดินทางกลับมาแล้ว อีกสักพักก็คงถึง” ชองยุนโฮย่อตัวลงอุ้มหลานสาวก่อนว่า “เข้าไปรอคุณปู่ในบ้านดีกว่านะ ถึงอากาศจะหนาว แต่ว่าแดดแรงๆ แบบนี้ก็ดำได้ ผิวขาวๆ เนียนๆ สม่ำเสมอทั่วทั้งตัวอย่างนาย ถ้าหากมันจะต้องด่างไปเพราะแดด ...น่าเสียดาย”
พูดจบชองยุนโฮก็อุ้มหลานสาวเดินเข้าไปในตัวบ้านทันที ...ปล่อยให้คิมแจจุงนั่งอ้าปากค้างไม่ต่างจากโดนสตาฟไว้กับชิงช้า
ผิวขาวๆ เนียนๆ สม่ำเสมอทั่วทั้งตัว ..พูดมาได้เต็มปากเต็มคำ ...แบบนี้ชองยุนโฮส่องสแกนผิวของเขามาหมดแล้วตั้งแต่หัวจรดเท้าน่ะสิ Y^Y ...กรี๊ดดดดดดด!!!
= = = = = = = = = = = = = = = = =
“คุณตาไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมครับ?” คิมแจจุงถามคุณตากำมะลอของตนด้วยสีหน้าเป็นห่วง เขาไม่ได้คิดว่าสิ่งที่ตนถามไปคือทำไปตามหน้าที่ที่ได้รับการว่าจ้าง หากแต่เขาเป็นห่วงชายวัยบั้นปลายชีวิตคนนี้จริงๆ เหตุผลก็คงเพราะว่าชองซินฮยอนดีกับเขามาก
“ตาไม่เป็นอะไรหรอก ก็แค่ไปตรวจร่างกายตามที่หมอนัดก็เท่านั้น”
“แล้วคุณหมอบอกว่ายังไงบ้างครับคุณปู่?” ชองยุนโฮถาม
“ยังไม่ตาย ...ยังอยู่บ่นแกได้อีกหลายปี”
“คุณปู่~” ชองยุนโฮคราง
“เอาเป็นว่าฉันปรกติดีก็แล้วกัน” ชองซินฮยอนหัวเราะน้อยๆ
“ว่าแต่เรื่องด่วนที่คุณปู่อยากคุยกับผมและแจจุงคืออะไรงั้นหรือครับ?”
“ปู่กำลังคิดว่าอยากให้แกพาแจจุงออกงาน”
“ออกงาน?” ชองยุนโฮหันไปมองหน้าคิมแจจุงเล็กน้อย “ออกงานอะไรกันครับคุณปู่”
“ก็งานการกุศลของโรงแรมที่จะจัดขึ้นวันอาทิตย์นี้ไง”
“คุณปู่จะเปิดตัวแจจุงในฐานะหลานงั้นหรือครับ?” ชองยุนโฮอดกังวลไม่ได้ถ้าหากเป็นแบบนี้ เพราะยังไงแจจุงก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรจริงๆ กับครอบครัวเขา เขาไม่ได้กลัวว่าแจจุงจะได้รับความสนใจจากสื่อ ซึ่งเขาก็บอกไม่ถูกว่าตัวเองมีเหตุผลอะไร เอาเป็นว่าเขาไม่อยากให้ใครคนอื่นเข้าใจว่าเขากับคิมแจจุงเป็นพี่น้องกัน
“ไม่หรอก ...ปู่คิดว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะทำแบบนั้น ถ้าเปิดตัวแจจุงไปในงานแบบนั้น ปู่เชื่อว่าพวกผู้ถือหุ้นรายอื่นโดยเฉพาะซอยูนาจะต้องกลัวว่าแจจุงจะเป็นขวากหนามของชิมชางมินในการขึ้นรับตำแหน่งรองประธานของมอนโดกรุ๊ปแน่ๆ ปู่ไม่อยากให้มันเกิดความวุ่นวายขึ้น ...แกก็รู้ว่ายูนาอยากให้ชางมินได้ตำแหน่งรองประธานหลังจากที่แกขึ้นตำแหน่งประธานมากแค่ไหน”
“ผมเห็นด้วยกับคุณปู่ครับว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดตัวแจจุง แต่ถ้าให้พูดถึงน้ายูนา ผมคิดว่าน้ายูนาไม่ใช่คนเลวร้ายขนาดนั้นหรอกครับคุณปู่”
“ฉันรู้ว่าซอยูนาไม่ทำอะไรที่มันเลวร้ายแน่นอน ฉันรู้จักนิสัยซอยูนาดี ...เพราะว่ารู้จักนิสัยดีนี่ล่ะฉันถึงได้กังวล ฉันเบื่อที่จะต้องมานั่งฟังซอยูนาพร่ำอ้อนวอนฉันสารพัดให้ให้ตำแหน่งรองประธานกับชางมิน ...เสียงอย่างกับนกกระจอกแตกรัง ได้ยินทีไรฉันจะประสาทกินทุกที” ชองซินฮยอนหัวเราะเล็กน้อย
“ครับ ผมเข้าใจ” ชองยุนโฮพยักหน้า “ในเมื่อคุณปู่ยังไม่อยากเปิดตัวแจจุง แล้วทำไมคุณปู่ถึงอยากให้แจจุงไปงานการกุศลของโรงแรมล่ะครับ?”
“ปู่อยากให้แจจุงลองหัดออกงานดู ...มันไม่ใช่เรื่องเสียหายไม่ใช่เหรอ?”
“แต่งานแบบนั้นมันต้องไฮโซหรูหรามากเหมือนที่เคยเห็นในละครใช่ไหมครับคุณตา ...ผมไม่ไปไม่ได้เหรอ?” คิมแจจุงยิ้มแหยๆ “ผมไม่เคยออกงานแบบนั้น เกิดไปทำตัวเงอะๆ งะๆ ปล่อยไก่ต่อหน้าคนอื่นเขา ...อายเขาตายเลย”
“ไม่เคยก็ต้องหัดไว้ ...เพราะหลังจากตาเปิดตัวเราว่าเป็นหลานของตา เมื่อนั้นคงต้องมีงานให้ออกอีกเยอะ” ชองซินฮยอนไม่ได้อยากบังคับหลานชายหรอก แต่เขาอยากให้แจจุงเรียนรู้การออกงานเอาไว้เพื่อประโยชน์ของตัวเองในอนาคต
“แล้วให้ผมพาแจจุงไปงาน ...ถ้าเกิดมีคนถามว่าแจจุงเป็นใครล่ะครับ?”
“ปู่นอนคิดเรื่องนี้มาทั้งคืนเลยล่ะ แล้วปู่ก็ได้ความคิดดีๆ ขึ้นมา ซึ่งก็ต้องให้แจจุงเห็นชอบด้วย ถ้าหากแจจุงไม่เห็นชอบ ...ปู่ก็จะไม่บังคับ” ชองซินฮยอนหันไปมองหน้าหลานชายคนเล็กพร้อมรอยยิ้ม “แจจุงน่ะรูปร่างผอมบาง แถมหน้าตาก็หวานเหมือนผู้หญิง ถ้าจับใส่วิกแต่งหน้าแต่งตาสักหน่อย แทบจะดูไม่ออกว่าไม่ใช่ผู้หญิง”
ชองยุนโฮพยักหน้าเห็นด้วย ...ก็แน่ล่ะสิ หน้าตาของคิมแจจุงสะกดสายตาของเขาชนิดที่แทบไม่อยากกระพริบตาให้เสียเวลา ซ้ำยังทำให้เขาพร่ำเพ้อถึงอย่างบ้าคลั่ง ...โอย~ คิดแล้วใจมันแอบวอกแวกถึงผิวขาวๆ เนียนๆ กับหุ่นเอสไลน์ที่ได้เห็นเมื่อคืน
“ปู่ว่าจะให้แจจุงแต่งเป็นผู้หญิงไปงานการกุศลของโรงแรม”
“อะไรนะ! แต่งเป็นผู้หญิงไปงาน!?” ทั้งหนุ่มชองและสาวคิม(?) สามัคคีกันตะเบ็งเสียงออกมาพร้อมกัน
“ทำไมต้องตกใจกันขนาดนั้นด้วย?”
“มันจะดีเหรอครับคุณปู่?” ชองยุนโฮเหลือบตาไปทางคิมแจจุง ...ถึงคิมแจจุงจะสวย ยิ่งแต่งเป็นหญิงยิ่งสวย แต่จะให้แต่งไปในงานแบบนั้น ...ชองยุนโฮเครียด ...แบบว่าหวงอ่ะ ไม่อยากให้ใครได้เห็นนางฟ้าจำแลงของเขา >.<
“ดีสิ ...และถ้าหากใครถามว่าแจจุงเป็นอะไรกับแกก็ไม่ต้องตอบ แค่ยิ้มๆ เลี่ยงๆ ไป ...เราไม่พูด ไม่ได้หมายความว่าเราโกหกจริงไหม?” ชองซินฮยอนยิ้มน้อยๆ “ว่าแต่แจจุงล่ะ เต็มใจจะแต่งเป็นผู้หญิงไปงานป็นคู่ควงให้พี่ชายเรารึเปล่า ...บอกตาได้นะ ตาไม่อยากบังคับถ้าหากหลานไม่อยากทำอะไรแบบนั้น”
“ผ ...ผม...” คิมแจจุงอ้ำอึ้ง
ในชีวิตนี้เขาแต่งหญิงมาบ่อยจนนับครั้งไม่ได้ แต่แต่งไปออกงานไฮโซแบบนั้นน่ะไม่เคย และไม่เคยนึกถึงว่าต้องทำแบบนี้ ...และถ้าหากพูดถึงในกรณีที่เขาปฏิเสธที่จะแต่งเป็นผู้หญิง เขาก็คงต้องแต่งเป็นผู้ชายในเวอร์ชั่นใส่สูทผูกไทด์ แบบนี้ยิ่งเครียดหนักเลย เกิดมาเคยใส่ชุดสูทซะเมื่อไหร่กันล่ะ มันไม่เข้ากับเขาแน่นอนล่ะ ...เพราะฉะนั้นขอแต่งหญิงดีกว่า
“ก็ได้ครับ...”
เป็นไงเป็นกัน ...ไม่มีอะไรน่าเสียหาย ดีซะอีก ...ได้ควงชองยุนโฮด้วย ^ ^
= = = = = = = = = = = = = = = = =
วันรุ่งขึ้น...
“หนาวเหรอ?” ชองยุนโฮถามเมื่อแจจุงขยับมือไปเลื่อนแอร์ให้เบนไปทางอื่น
“ทั้งหนาวและง่วง” พูดจบก็อ้าปากหาวทันที
“อ้าปากกว้างขนาดนั้นเดี๋ยวแมลงวันก็เข้าไปวางไข่หรอก”
“แถวนี้มีแมลงวันที่ไหนกัน ...เห็นมีแต่หมีกำลังขับรถอยู่เนี่ย” หนุ่มคิมขยับมือไปกดปุ่มปรับเบาะรถให้เอนลง
“หมี?” ชองยุนโฮทวนคำพูดของน้องชายกำมะลองงๆ
“ถ้าถึงแล้วปลุกด้วยล่ะกันนะครับพี่ชาย ราตรีสวัสดิ์” คิมแจจุงหันหน้าไปทางกระจกรถฝั่งของตน หลับไปอย่างหน้าตาเฉย
ส่วนโชเฟอร์อย่างชองยุนโฮก็ได้โต้แย้งอยู่ในใจกับสมญาที่คิมแจจุงตั้งให้ตนว่าหมีเมื่อครู่ ...หมีที่ไหนจะหล่อเหมือนแบรดพิตได้ขนาดนี้?
.
.
.
“แจจุง ...ถึงแล้ว”
ชองยุนโฮสะกิดแขนของคิมแจจุงเบาๆ หลังจากที่จอดรถเรียบร้อยแล้ว หากแต่อีกฝ่ายกลับครางงึมงำทำนองว่ารำคาญ ไม่มีท่าทีจะลืมตาขึ้นมาแต่อย่างใด
“แล้วฉันจะทำยังไงดีเนี่ย?” หนุ่มชองถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูเดินอ้อมไปอีกด้าน ...ชองยุนโฮเปิดประตูรถฝั่งที่แจจุงนั่ง ก่อนปลดสายเบลล์ให้อีกฝ่าย กำลังคิดจะสะกิดปลุกคนนอนขี้เซาอีกครั้ง หากแต่ใบหน้ายามหลับที่ดูมีเสน่ห์น่าดึงดูดนั้นสะกดการกระทำของตนไว้
สวย ...ชองยุนโฮไม่เคยเห็นใครสวยขนาดนี้มาก่อน
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย มือที่ตั้งใจว่าจะสะกิดปลุกนั้นกลับกลายเป็นขยับไปปัดไรผมที่ปรกบดบังใบหน้าอันแสนงดงามแทน
ชองยุนโฮขยับใบหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่แล้วอารมณ์ที่คล้ายกับกำลังต้องมนต์สะกดในความงามก็มลายหายไปเมื่อคิมแจจุงลืมตาขึ้นพอดี
คิมแจจุงกระพริบตาปริบๆ เพื่อตั้งหลักเพราะยังงุนงงอยู่ที่ลืมตาขึ้นมาพบใบหน้าของชองยุนโฮอยู่ใกล้ตนขนาดนี้ มันใกล้ชนิดที่อีกคืบเดียวริมฝีปากก็สัมผัสกันแล้ว
“ทำอะไร?”
“เอ่อ ...หน้านายมีอะไรเลอะอยู่น่ะ” ชองยุนโฮเนียนขยับมือไปปัดตรงแก้มของอีกฝ่ายเล็กน้อยเพื่อให้สมจริง ...อื้อหือออ ได้จับนิดเดียวยังรู้เลยว่าแก้มนุ่มมากกกกกก
คิมแจจุงยกมือลูบบริเวณแก้มตัวเอง ...บ้า! จู่ๆ มาจับแก้ม เขินนะ >///<
“คงไม่ได้จะจูบฉันหรอกใช่ไหม?”
“จูบอะไร ...พูดจาเรื่อยเปื่อย” พูดจบชองยุนโฮก็ใส่เกียร์หมาเดินทิ้งร่างบางไปทันที ไม่คิดจะเหลียวมองด้านหลังด้วย ...กลัวจะโดนจับพิรุทเพราะหน้าแดง >///<
“อ้าว ...รอด้วยสิ” คิมแจจุงรีบลงจากรถเดินเร็วๆ ตามร่างสูงไปทันที
= = = = = = = = = = = = = = = = =
“สวัสดีครับท่านรองประธาน” คิมจุนซูลุกขึ้นทักทายเจ้านายเป็นมารยาทตามที่เคยทำอยู่ทุกเช้า
ชองยุนโฮพยักหน้าให้เลขายิ้มๆ ในขณะที่คิมแจจุงก็ยิ้มเล็กน้อยให้เลขาของพี่ชายกำมะลอของตน ก่อนจะเดินตามชองยุนโฮเข้าไปในห้องทำงาน
.
.
.
“ดื่มอะไรไหม?”
“ขอน้ำนางเอกละกันครับ” คิมแจจุงตอบก่อนอัญเชิญตัวเองลงนั่งที่โซฟาที่แสนจะนุ่มสบายก้น
“จุนซูครับ ...ขอน้ำส้มให้แจจุงแก้วนึง ส่วนของผมขอน้ำเปล่าครับ” ชองยุนโฮกดปุ่มโทรศัพท์ต่อสายไปบอกเลขาของตน
ครู่หนึ่งเครื่องดื่มที่สั่งก็ถูกนำเข้ามาให้
“จะได้ไปเลือกชุดตอนไหน?” เหตุผลที่เขาต้องมาทำงานกับชองยุนโฮเพราะเขาต้องมาเตรียมหาชุดเพื่อใส่ไปงานเลี้ยง อารมณ์ประมาณว่าชองยุนโฮขี้เกียจกลับไปรับเขาหลังจากเลิกงาน ก็เลยให้เขามานั่งรอ
“เวลาว่างของฉันไม่แน่ไม่นอน บอกไม่ได้หรอก”
“อันที่จริงให้ฉันไปเลือกคนเดียวก็ได้นิ ไม่เห็นต้องไปด้วยกันเลย”
“ไม่ได้” ชองยุนโฮเงยหน้ามองไปที่โซฟา
“ทำไม?”
“เพราะว่านายเป็นคู่ควงของฉัน นายจะเป็นที่สนใจของทุกคนในงาน ซึ่งคู่ควงของฉันจะใส่ชุดอะไรก็ต้องผ่านความเห็นของฉันก่อนเท่านั้น”
“ชิ ...ฉันมีเซ้นส์ในการเลือกเสื้อผ้าหรอกน่า” คิมแจจุงยกมือขึ้นกอดอก “ฉันคงไม่เลือกชุดที่น่าเกลียดให้ขายหน้าท่านรองประธานหรอกค่ะ”
“ยังไงก็ช่าง ...ฉันจะไปด้วย” หนุ่มชองก้มลงไปให้ความสนใจกับงานของตัวเองบนโต๊ะแบบเดิม
“ให้นั่งรออยู่เฉยๆ แบบนี้มันน่าเบื่อนี่นา”
“ถ้าเบื่อก็ออกไปเดินเล่นข้างนอกสิ ไม่ได้ล่ามโซ่ไว้สักหน่อย”
“ไม่เอาอ่ะ” คิมแจจุงถอนหายใจ
ชองยุนโฮขี้เกียจจะใส่ใจกับนิสัยเหมือนเด็กน้อยเอาแต่ใจตัวเองของคิมแจจุง ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองไปเรื่อยๆ
[คุณชองฮะ ...ได้เวลาเข้าประชุมแล้วฮะ]
[ครับ]
“เดี๋ยวฉันต้องเข้าประชุม...” เสียงทุ้มเอ่ยบอกให้ร่างบางได้ทราบ หากแต่เมื่อมองไปก็พบว่าคิมแจจุงนอนหลับไปแล้วเรียบร้อย
เพิ่งจะผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ ที่เขามัวแต่สนใจรายงานที่เลขาเตรียมไว้ให้เกี่ยวกับหัวข้อการประชุม ...หลับไปซะแล้ว
หนุ่มชองเดินผ่านโซฟาที่คิมแจจุงใช้เป็นเตียงนอนด้วยอาการส่ายหน้าเล็กน้อยกับท่านอนเอียงหัวกะเท่เร่ของอีกฝ่าย
= = = = = = = = = = = = = = = = =
“เดี๋ยวผมจะออกไปห้างสักชั่วโมงสองชั่วโมงนะจุนซู”
“ฮะคุณชอง”
ชองยุนโฮเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน ...อดส่ายหน้าอย่างขำๆ ไม่ได้เมื่อพบว่าคิมแจจุงยังคงนอนหลับอยู่เหมือนเดิม ...ขี้เซาจริงๆ
ร่างสูงเดินไปใกล้โซฟา ขยับมือไปหมายจะสะกิดปลุก หากแต่ก็ต้องชะงักค้างเมื่อสายตามันยังอยากมองหน้าคิมแจจุงยามหลับแบบนี้ไปเรื่อยๆ
“ดื่มน้ำส้มแค่นี้ก็ยังเลอะปาก” หนุ่มชองหัวเราะน้อยๆ มือหนาขยับไปหมายจะเช็ดเนื้อส้มที่เลอะอยู่ที่มุมปากด้านบนให้ ...หากแต่จังหวะที่นิ้วแตะลงที่มุมปาก คิมแจจุงก็ลืมตาขึ้นมาพอดีเหมือนมีผีพรายคอยบอก ...ชองยุนโฮรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว
“ลืมตาขึ้นมาทีไรต้องพบว่าตัวเองเกือบโดนแต๊ะอั๋งทุกที”
“ก็...”
คิมแจจุงมองหน้าพี่ชายกำมะลอที่ยืนเกาหัวนึกอยู่ ...อยากจะรู้ว่าคราวนี้จะแก้ตัวว่าอะไร?
“ถ้ามันนึกยากนักก็ไม่ต้องนึกหรอก” บอกเมื่อเห็นอีกฝ่ายอ้ำอึ้งอยู่นาน
“ขี้เซา นอนอยู่ได้ ...ไปเลือกชุดกันได้แล้ว” ชองยุนโฮคงสเต็ปเดิมเป๊ะ คือพูดแล้วหันหลังเดินหนีเพื่อหนีคดี
“อ้าว ...ทิ้งกันอีกละ” คิมแจจุงรีบลุกขึ้นจากโซฟาตามอีกฝ่ายที่เดินออกจากห้องไปแล้วในทันที
= = = = = = = = = = = = = = = = =
“ร้านนี้ล่ะ...” ชองยุนโฮหันหน้าไปบอกคิมแจจุงที่เดินอยู่ข้างๆ
“สวัสดีค่ะคุณชองยุนโฮ”
ชองยุนโฮยิ้มเล็กน้อยตามแบบฉบับให้พนักงานของร้านที่เปิดประตูให้ตน
“เตรียมไว้แล้วใช่ไหม?”
“ค่ะ ...วันนี้เพิ่งมีชุดคอลเลคชั่นใหม่เข้ามาพอดีเลยค่ะ เราจัดเตรียมไว้ให้คุณชองตามที่สั่งเรียบร้อย รับรองว่าไม่มีทางซ้ำกับใครแน่นอนค่ะ”
คิมแจจุงเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นพนักงานของร้านอีกคนนึงเดินไปสลับป้ายหน้าร้านเป็น ‘Close’
“ถึงกับต้องปิดร้านเลยเหรอ?”
“ฉันไม่อยากให้มีคนอื่นเข้ามาในร้านจนกว่าเราจะเลือกของเสร็จ”
“ชุดสำหรับคุณคนนี้ใช่ไหมค่ะ?”
“ใช่ครับ ...ช่วยเลือกชุดที่เหมาะกับเขาให้ทีครับ”
“ค่ะ” พนักงานสาวไม่ถามอะไรมากให้มันเกินหน้าที่ของตน เธอจัดการพาร่างบางเข้าไปในห้องลองชุดทันที
.
.
“โผล่ออกมาแต่หัวแบบนั้นแล้วฉันจะเห็นไหม?” ชองยุนโฮเอ็ดขึ้นเมื่อคิมแจจุงโผล่ออกมาจากม่านกั้นฉากแค่เพียงศีรษะ
“ก็มันอายนี่นา” หนุ่มคิมทำหน้าหวาดระแวง
“อายอะไร? มีแค่ฉันกับพนักงานอีกแค่สองคน”
“อายนายนั่นแหละ’
“ถ้ายังลีลาเดี๋ยวฉันลุกไปลากออกมาจริงๆ ด้วยนะ”
“โอเคๆ ออกแล้ว” หนุ่มคิมยอมก้าวออกมาจากหลังม่านกั้นฉากแต่โดยดี ...ซึ่งคำตอบที่ได้รับจากชองยุนโฮก็คือเสียงหัวเราะลั่น “หัวเราะอะไร?”
“ก็มันน่าหัวเราะก็เลยหัวเราะน่ะสิ” ชองยุนโฮหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบอารมณ์ “อันที่จริงทรงชุดมันก็สวยดีนะ แต่สีมันเข้มไป ดูแก่ๆ”
“เรื่องมาก” คิมแจจุงกระฟัดกระเฟี้ยดเดินประทืบเท้ากลับเข้าหลังม่านไปทันที
อีกไม่ถึงห้านาทีต่อมา ...คิมแจจุงก็โผล่ออกมาในอีกชุดนึง ซึ่งก็ทำให้ชองยุนโฮเผลอมองค้างอย่างตกตะลึง
“จะมองอีกนานป้ะ?” เอ็ดขึ้นเพราะเริ่มรู้สึกเสียเซลล์นิดหน่อย
“ชุดนี้สวยมาก แต่ว่ามันเว้ามาก อีกอย่างนมแฟ่บแบบนี้ ...ใส่แล้วแปลกๆ”
“ที่อื่นมีให้มองตั้งเยอะไม่มอง ...จ้องนมตลอด”
“ไม่ได้อยากจะจ้องนักหรอก ...แบนเป็นแอลซีดีขนาดนี้ แค่พูดด้วยความหวังดี”
“รู้งี้หยิบคัพซีติดมาด้วยก็ดี” คิมแจจุงรู้สึกขัดใจเล็กน้อย เดินกระทืบเท้าตามสไตล์เข้าไปหลังม่านเหมือนเดิม
อีกห้านาทีต่อมา ...ซุปเปอร์โมเดลของชองยุนโฮก็โผล่ออกมาในชุดใหม่
โอ้แม่เจ้า ...นี่มันนางฟ้าชัดๆ
“ผ่านไหม?” หนุ่มคิมถาม ...เขาชอบชุดนี้
ชองยุนโฮมองคิมแจจุงตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนว่า “ฉันชอบชุดนี้นะ แต่ว่าความสูงมันทำให้กระโปรงดูสั้นไปหน่อย มันเห็นขาเยอะไป ...ดูเก้งก้างพิกล”
“เปลี่ยนอาชีพจากผู้บริหารไปเป็นนักวิจารณ์แฟชั่นเถอะครับพี่ชาย” คิมแจจุงสะบัดหน้าหนี ก่อนเดินหายเข้าไปหลังม่านตามเดิม
“ชุดนี้สวยมากค่ะ คุณเขาใส่ดูดีสุดๆ” พนักงานของร้านเอ่ยขึ้น ซึ่งเมื่อหันไปมอง คิมแจจุงก็โผล่ออกมาจากหลังม่านพอดี
ฆ่ากันให้ตายเสียดีกว่า ...มันจะสวยบาดใจเกินไปแล้วนะ
“สวย...” คำพูดที่คิดอยู่ในเผลอหลุดออกมาจากปากอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“ถ่ายรูปเก็บไว้ดูเลยสิ”
“ห้ะ? ...เอ่อ...” หนุ่มชองยกมือขึ้นเกาท้ายทอยเก้อๆ ก่อนหันหน้าไปหาพนักงานของร้าน “เอาชุดนี้ล่ะครับ แล้วก็ช่วยจัดกระเป๋าถือใบเล็กๆ ที่เข้ากันกับชุดให้ผมด้วย”
“ชุดนี้เท่าไหร่เหรอครับ?” แจจุงถามขึ้น
“แปดล้านวอนค่ะ”
“จะจ่ายเองเหรอ?” ชองยุนโฮถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายตาแทบจะเหลือกกับราคาชุด
“เปล่า” คิมแจจุงส่ายหน้า ...ชุดบ้าอะไรวะราคาตั้งแปดล้าน ประดับด้วยเพชรรึก็เปล่า ไม่ได้ทอจากทองซักกะหน่อย ...แพงเอาโล่
.
.
.
“สาวไฮโซเวลาเขาออกงานสังคมกันเขาซื้อชุดทีนึงแพงขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ส่วนใหญ่ก็ราคาประมาณนี้ทั้งนั้นแหละ มันแพงที่แบรนด์ ...เบอเบอร์รี่น่ะขึ้นชื่อเรื่องความไฮโซอยู่แล้ว”
“ขูดรีดน่ะสิไม่ว่า ก็แค่ชุดราตรีธรรมดา ไม่รู้จะแพงอะไรกันนักกันหนา” รวมชุดราตรีกับกระเป๋าถือที่ได้มาในวันนี้ ราคาก็ปาเข้าไปสิบห้าล้านกว่าๆ แล้ว ...เงินจำนวนนี้เขาใช้ได้เป็นปีๆ เลยนะเนี่ย
“จะบ่นทำไม ...ไม่ได้ให้ออกเงินเองสักหน่อย” ชองยุนโฮหันไปมองคนข้างๆ แค่นี้ไม่สะเทือนขนหน้าแข้งชองยุนโฮหรอก
“โอเค ...ไม่บ่น” คิมแจจุงยิ้มเล็กน้อย “หิว...”
ชองยุนโฮกำลังจะปฏิเสธว่าตนไม่หิว เพราะเขาตั้งใจไว้แล้วว่าเลือกชุดให้แจจุงเสร็จเขาจะกลับโรงแรมทันที หากแต่ท้องเจ้ากรรมมันดันร้องฟ้องขึ้นมาเสียนี่
“ผมว่าพี่ชายก็หิวนะ” หนุ่มคิมมองหน้าอย่างล้อเลียน
“จะกินอะไรละ?” ชองยุนโฮยอมเปลี่ยนแผนเพราะตนก็หิวเหมือนกัน
“ร้านนู้นละกัน” พูดจบก็จัดการลากพี่ชายกำมะลอเดินตรงเข้าไปนั่งในร้านที่อยากทานทันที
ซึ่งความสนิทสนมที่ทั้งสองแสดงต่อกันนั้นบังเอิญไปเข้าตาคนๆ นึงเข้าพอดี
= = = = = = = = = = = = = = = = =
หลายวันต่อมา...
“ดูแลน้องดีๆ นะยุนโฮ ...แจจุงไม่เคยออกงาน อย่าทิ้งปล่อยให้แจจุงอยู่คนเดียว”
“ครับคุณปู่” ชองยุนโฮหันไปมองทางบันไดเมื่อได้ยินเสียงคนเดินลงมา
คำว่า ‘ซินเดอเรลล่า’ วูบเข้ามาในหัวของชองยุนโฮ ...เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าชายในงานเลี้ยงเต้นรำหาคู่ที่มองหญิงงามในชุดสุดสง่าเดินเข้ามาในงานเลี้ยง
สวย ...คิมแจจุงในวันนี้สวยมากจริงๆ
ต่อให้ชุดที่ใส่จะราคาแพงและทอจากผ้าเนื้อดีขนาดไหน หากคนใส่หน้าตาไม่ดีก็ไม่มีประโยชน์ ...ถ้าหากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คิมแจจุงใส่ ชองยุนโฮมั่นใจว่าคนคนนั้นไม่มีทางใส่ได้สวยเท่าคิมแจจุงแน่ๆ
“หลานตาสวยจริงๆ ...ถ้าบอกว่าเป็นผู้หญิงตาก็เชื่อ ...ใช่ไหมยุนโฮ?”
“ครับ ...สวยมากจริงๆ”
“อย่ามองกันค้างแบบนั้นสิฮะ ...ผมเขิน”
คิมแจจุงยิ้มเขินๆ เขาทั้งแต่งหน้าและจัดทรงผมเองทั้งหมด ...ทีแรกตอนที่คุณตากำมะลอถามว่าเขาแต่งเป็นด้วยเหรอ เขาก็อ้างเอามั่วๆ ว่ามีเพื่อนสนิทเป็นผู้หญิง เห็นเพื่อนแต่งบ่อยๆ ก็เลยแต่งเป็น ...ทักษะการแต่งหน้าของเขาจัดว่าขั้นโปรเลยก็ว่าได้ ซึ่งนอกเหนือจากนั้นเขาก็ยกเครดิตให้ชุดที่ใส่ด้วยเช่นกัน ...มันทั้งสวยและสง่าสมกับเป็นชุดราคาแพง และที่สำคัญ... เหมาะกับคนสวยอย่างเขาที่สุด ^ ^
“ไปกับหรือยังครับพี่ชาย?”
“ป ...ป ...ไปสิ” เจอความสวยกระแทกตาเข้าหน่อย ติดอ่างในทันที
= = = = = = = = = = = = = = = = =
“ไม่ลงรึไง?” ชองยุนโฮถามขึ้นเพราะอุตส่าห์แสดงความเป็นสภาพบุรุษด้วยการเปิดประตูรถให้ แต่คู่ควงคนสวยของเขาไม่ยอมออกมาจากรถ
“ไม่เข้าไปได้ไหม?” คิมแจจุงมีสีหน้าลังเล
“จะมาป๊อดอะไรเอาตอนนี้ ...เปลี่ยนใจไม่ได้ทั้งนั้น ยังไงก็ต้องลง”
“ฉันไม่ได้ป๊อด แต่...”
“ไม่ป๊อดก็ลงมา” ชองยุนโฮพูดแทรกตัดบท พยายามไม่ถือสาท่าทางขมุบขมิบปากใส่ของร่างบาง ก่อนยื่นมือไปหมายจะให้อีกฝ่ายจับมือตน
คิมแจจุงเชิดหน้าใส่ตามประสาสวยเริดเชิงหยิ่ง ร่างบางขยับออกมาจากตัวรถโดยการเบี่ยงหลบมือของชองยุนโฮที่ยื่นมาหา และไอ้ความหยิ่งนี่ล่ะที่ทำให้ตัวเองเกือบจะหน้าแหก
“โอ๊ะ!” เสียงหวานอุทานเมื่อเสียการทรงตัวเพราะรองเท้าส้นสูงที่ใส่ เขาคงจะล้มหน้าแหกไปแล้วแน่นอน ...ถ้าหากว่าชองยุนโฮไม่อ้าแขนมาประคองเขาไว้ได้ทัน
ดวงตาคู่โตมองหน้าคู่กรณีนิ่งเมื่ออีกฝ่ายก็จ้องมองเขานิ่งๆ เช่นกัน
“ค ...คุณยุนโฮ”
“ห้ะ? ...เอ่อ ...โทษที ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?” ชองยุนโฮถามขึ้นเมื่อได้สติ เมื่อครู่เขารู้สึกเหมือนสติไม่อยู่กับเนื้อกันตัวเมื่อได้จ้องหน้าคิมแจจุง
“ไม่เป็นไร” หนุ่มคิมส่ายหน้า ...เมื่อครู่เขารู้สึกเวิ่นเว้อไปไม่น้อยเหมือนกัน เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางเอกในละครอะไรทำนองนั้น ซึ่งไอ้ฉากแบบเมื่อครู่เนี่ยมีให้เห็นแทบจะทุกเรื่องที่เป็นแนวคอมเมดี้
“ถ้างั้นก็เข้าไปในงานกันเถอะ”
“ไหนแขนล่ะ?” เอ่ยขึ้นพร้อมทำหน้าแบ๋วๆ ใส่
“??” ชองยุนโฮทำหน้างงๆ ยิ่งคิมแจจุงทำหน้าทำตาแบบนี้ใส่ ...สมองเขายิ่งไม่สั่งการใดๆ ทั้งสิ้น ...เพราะมันน่ารักอ่ะ ...น่ารักมากกก ...น่ารักขั้นเทพ ^ ^
“เข้าใจยากจริงๆ” หนุ่มคิมส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะขยับแขนข้างหนึ่งไปควงแขนของชองยุนโฮไว้ “เราเป็นคู่ควงกันไม่ใช่เหรอครับพี่ชาย?”
ชองยุนโฮร้องอ๋อในใจ ก่อนจะพยักหน้า “ต่อหน้าคนอื่นในงาน ...อย่าเผลอเรียกว่าพี่ชายหรือใช้คำว่าครับเชียวล่ะ”
“ครับ ...เอ้ย! ค่ะ” คิมแจจุงยิ้มน้อยๆ
= = = = = = = = = = = = = = = = =
“ฮานึลๆ ...ชองยุนโฮเดินมาโน่นแล้ว”
คิมฮานึลหันหน้าไปมองตามที่เพื่อนสะกิดเรียก หากแต่รอยยิ้มบนใบหน้าก็พลันหายไปเมื่อเห็นว่าชองยุนโฮไม่ได้เดินมาคนเดียว
“เอ๊ะ! ควงใครมาด้วยน่ะ?”
“ฉันว่าฉันคุ้นๆ หน้านะ”
“เธอรู้จักเหรอ?” คิมฮานึลหันหน้าไปถามเพื่อน
“ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ฉันจำได้ว่าเมื่อหลายวันก่อนฉันเจอคุณยุนโฮที่ห้างกับผู้หญิงคนนี้ ถึงตอนนั้นจะเห็นหน้าไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่ฉันจำลักษณะได้ ...สูงๆ ขาวๆ คนเดียวกันไม่ผิดแน่ แต่วันนั้นฉันจำได้ว่าผมสั้นๆ บ๊อบๆ”
“เลิกพูดได้ละ” คิมฮานึลกระแทกเสียงด้วยความหงุดหงิด เธอจ้องมองทั้งสองที่มีทีท่าสนิทสนมกันมากด้วยความริษยา
.
.
.
“สวัสดีครับคุณชเว” ชองยุนโฮโค้งทักทายชเวซองยุนซึ่งเป็นแขกวีไอพีในงานนี้ “ขอบคุณมากนะครับที่สละเวลามางานการกุศลของมอนโดกรุ๊ปในครั้งนี้”
“ไม่ได้สละเวลาอะไรหรอกครับคุณยุนโฮ งานนี้เป็นงานที่ผมเล็งไว้ตั้งแต่แรกว่าต้องมาให้ได้” ชเวซองยุนยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง “น่าเสียดายนะครับที่คุณชองซินฮยอนไม่มา ...ยังไงผมก็ขอฝากความคิดถึงถึงคุณปู่ของคุณด้วย”
“ครับ ...ด้วยความยินดี” ชองยุนโฮยิ้มเล็กน้อย
“แล้วไม่ทราบว่าคุณคนนี้คือ?”
“อ่อ ...คิมแจจุงครับ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณคิมแจจุง”
“ค่ะ ...ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน” คิมแจจุงพยักหน้าพร้อมกับยิ้มน้อยๆ พวกไฮโซทั้งหลายในงานนี้ทำให้เขารู้สึกเกร็งจนทำตัวไม่ค่อยถูก แต่ละคนดูมีรัศมีเจิดจรัสอะไรทำนองนั้น
“แต่งงานกันเมื่อไหร่อย่าลืมแจกการ์ดผมนะครับ”
“ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับคุณชเว”
ชองยุนโฮยิ้มฝืนๆ จะปฏิเสธว่าไม่ใช่แฟนก็กระไรอยู่ เพราะร้อยวันพันปีเขาไม่เคยควงหญิงออกงานสังคมแบบนี้เลย ซึ่งอยากบอกจากใจจริงเลยว่าการได้คิมแจจุงเป็นคู่ควงครั้งนี้เป็นอะไรที่เขาภูมิใจมากกก เพราะไม่ว่าเขาจะเดินไปทางไหนในงาน ทุกสายตาต่างหันมาสนใจที่คิมแจจุงกันทั้งนั้น ...ซึ่งมันเป็นสายตาที่เชิงสนใจในความสวยของคิมแจจุงและอิจฉาเขาที่มีคู่ควงสวยขนาดนี้ในเวลาเดียวกัน ...มันออกจะน่าภูมิใจจริงไหม?
“ดื่มอะไรหน่อยไหม?” ชองยุนโฮหันไปถามคนข้างกาย
“อืม ...เอาอะไรก็ได้” คิมแจจุงพยักหน้า และเมื่อชองยุนโฮส่งแก้วเครื่องดื่มที่รับมาจากบริกรให้ แขนบางจึงขยับออกจากการควงแขนอีกฝ่าย ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่มเล็กน้อย “งานนี้เป็นงานการกุศลประเภทไหนเหรอ?”
“ประมูลเครื่องเพชรน่ะ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะบริจาคเข้ามูลนิธิ”
“แบบนี้คนที่ประมูลก็ต้องได้เครื่องเพชรด้วยน่ะสิ?” แจจุงตาโต ภาพชุดเครื่องเพชรหรูๆ ที่โชว์ให้เห็นในงานนั้นสวยๆ ทั้งนั้นเลย
“ก็ใช่น่ะสิ ...เครื่องเพชรพวกนี้ไม่ใช่แค่แพงและสวยอย่างเดียวเท่านั้นนะ มันเป็นชุดเครื่องเพชรที่มีเพียงชุดเดียวในโลกด้วย ...สนใจอยากประมูลบ้างไหมล่ะ?”
“ต่อให้เป็นน้องชายกำมะลอไปสักสิบปี ...ยังไม่มีปัญญาประมูลเลย”
“ไงรัชทายาท ...หล่อขั้นเทพสมเป็นชองยุนโฮจริงๆ”
“นายเพิ่งมาถึงเหรอชางมิน?”
“อืม ...รถติดบัดซบ” ชิมชางมินทำหน้าเซ็งๆ “ว่าแต่สาวงามคนนี้คือใคร?”
“ชื่อคิมแจจุง” ชองยุนโฮหันไปหาร่างบาง “นี่คือชิมชางมิน ...ครอบครัวของชิมชางมินถือหุ้นเป็นอันดับสองในธุรกิจของมอนโดกรุ๊ป”
“แนะนำแต่ชื่อเหรอ ...ไม่คิดจะบอกหน่อยเหรอว่าเป็นอะไรกัน?” ชิมชางมินหรี่ตาไปมองทางชองยุนโฮ ...เพื่อนเขานี่ตาโคตรถึงเลย
“ตอนนี้รู้จักแต่ชื่อก็พอ” ชองยุนโฮเลี่ยงที่จะตอบ
“โอเค” ชิมชางมินพยักหน้า ก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้าสาวงามคู่ควงของเพื่อน “ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณแจจุง”
แจจุงเลิกคิ้วน้อยๆ มือบางไม่ยื่นไปจับทักทายกับอีกฝ่าย แต่เปลี่ยนเป็นพยักหน้าเล็กน้อยแทน ...ไม่ใช่ว่าหยิ่ง แต่เขาไม่คิดอยากทักทายแบบนั้นเพราะเขาไม่ได้เป็นนักเรียนนอกอะไรที่ไหน “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะคุณชางมิน”
“ชื่อนี้คุ้นๆ หูนะ” ชางมินเอ่ยกับชองยุนโฮ ...เหมือนเคยได้ยินที่ไหนสักที่
“คนเกาหลีชื่อซ้ำกันเยอะจะตายไป”
“นั่นน่ะสิเนอะ”
“กำลังยืนคุยอะไรกันอยู่ค่ะหนุ่มๆ” ...เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งทำให้ทั้งสามคนหันหน้าไปมอง
“ไงฮานึล ...แหม วันนี้สวยบริ๊งเชียว” ชางมินเอ่ยขึ้น
“แต่ฉันว่าฉันคงสวยสู้สาวข้างๆ ยุนโฮไม่ได้หรอก” คิมฮานึลจ้องมองคิมแจจุงตาแทบไม่กระพริบ ก่อนเบนสายตาไปทางชายหนุ่มที่ยืนเงียบ “ไม่คิดจะแนะนำให้รู้จักหน่อยหรือค่ะยุนโฮ?”
“อ่อ ...นี่คิมแจจุง” ชองยุนโฮยิ้มน้อยๆ ให้คิมฮานึล ก่อนหันไปหาแจจุงพร้อมกับขยับแขนข้างหนึ่งไปโอบเอวร่างบาง “นี่คิมฮานึล ...เป็นเพื่อนสมัยเด็กของผม”
แจจุงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อชองยุนโฮโอบเอวตนไว้ เพราะเขาค่อนข้างบ้าจี้ แต่ก็ไม่บ่นไม่ว่าอะไร ...พยักหน้าแสดงความรู้จักกับหญิงสาวตรงหน้าพร้อมรอยยิ้ม แม้ว่าจะรู้สึกไม่ถูกชะตากับเธอตั้งแต่แรกเห็นก็ตาม “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณฮานึล”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณแจจุง” คิมฮานึลพยักหน้าให้น้อยๆ พร้อมรอยยิ้ม หากแต่แววตากลับแสดงออกในทางตรงกันข้าม ...นั่นคงเพราะแขนของชองยุนโฮพาดโอบกอดอยู่ที่เอวของอีกฝ่าย มันเป็นการแสดงออกถึงความสนิทสนมที่เธอไม่ชอบเป็นอย่างมาก
ชองยุนโฮเป็นผู้ชายที่เธอรัก ...เธอไม่ยอมสูญเสียเขาให้ใครง่ายๆ หรอก
= = = = = = = = = = = = = = = = =
To be continue…
อันที่จริงเราก็อยากหาภาพคิมแจแต่งหญิงมาประกอบฟิคนะ
แต่วาดไม่เก่ง รีทัชก็ไม่ค่อยเป็น ...เพราะฉะนั้นเลยมีแค่ภาพชุดที่คิมแจใส่ออกงาน

อันนี้เป็นชุดที่ใส่ (สวยเนอะ)

สามชุดหลังนี้เป็นชุดที่คิมแจลองทั้งหมด เรียงตามลำดับคำวิจารณ์ของยุนเลย
แบรนด์เบอเบอร์รี่ แต่ละชุดราคาแค่สองแสนบาทเอ๊งงงงง